th th
en

001 13

อพวช. ขานรับนโยบายกระทรวง อว. มอบของขวัญปีใหม่ ชวนคนไทยมาเรียนรู้และเล่นไปกับแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้น้องใหม่ล่าสุด พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า พิพิธภัณฑ์ด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมแห่งใหม่ที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งในอาเซียน นำเสนอผ่านแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และวิธีการทรงงาน การคิดแก้ปัญหาตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 สอดคล้องแนวคิดทาง BCG Economy มุ่งเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน พิเศษประชาชนได้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้ – 5 มกราคม 2563

001 1 800x533

          ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ซึ่งอยู่ในกำกับดูแลของ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เป็นโครงการเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่สำคัญของประเทศไทยด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม โดยจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน โดยเนื้อหาที่นำเสนอสาระผ่านนิทรรศการที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมมีการนำเสนอหลักคิด วิธีการทรงงาน และกระบวนการค้นหาคำตอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานไว้ พร้อมทั้งมุ่งเน้นในการเสริมสร้างความรู้ด้านวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนและประชาชน ด้วยการเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต และสอดคล้องกับแนวคิด BCG Economy ของรัฐบาลที่มุ่งสร้างความสมดุลให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตไปควบคู่กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน


          โดยในโอกาสนี้ อว.ขอมอบของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทุกคน ด้วยการเปิดพิพิธภัณฑ์พระรามเก้าให้คนไทยเข้าชมอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งเปิดให้เข้าชมฟรีถึง 4 พิพิธภัณฑ์ในกำกับดูแลของ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์, พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา, พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ และพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า พิพิธภัณฑ์ด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมแห่งใหม่ที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งของอาเซียน ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563

001 2 800x536

         ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เปิดเผยว่า อพวช. ตั้งใจให้พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า เป็นฮับหรือศูนย์กลางความร่วมมือด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของอาเซียน มีเนื้อที่กว่า 47,400 ตารางเมตร ตั้งอยู่ภายในองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เทคโนธานี ถนนรังสิต – นครนายก ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื่องจากความใหญ่และสมบูรณ์ของการจัดแสดงที่มีความหลากหลาย และได้เชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีผลงานวิชาการเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมแล้วกว่า 27 ท่าน มาร่วมเป็นที่ปรึกษาในการจัดสร้างและนำเสนออย่างน่าสนใจ

ภายในนิทรรศการพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า แบ่งพื้นที่การจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 

001 11

          1. โลกของเรา OUR HOME นำเสนอเรื่องราวของการก่อกำเนิดจักรวาล ระบบสุริยะ และโลก ไปจนถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต จนกระทั่งเกิดสายพันธุ์มนุษย์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันในพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก

 

001 16

          2. ชีวิตของเรา OUR LIFE แสดงสิ่งแวดล้อมและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ ภายในชีวนิเวศ (Biome) ต่าง ๆ ได้แก่ แอนตาร์กติกา อาร์กติก ทุนดรา ไทก้า ทะเลทราย เขตอบอุ่น และเขตร้อน ตลอดจนอิทธิพลของมนุษย์ต่อสภาพแวดล้อมนั้น ๆ ซึ่งบางกิจกรรมก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังแสดงถึงเขตภูมินิเวศ (Ecoregions) ของประเทศไทยอีกด้วย

001 21

          3. ในหลวงของเรา OUR KING นำเสนอแนวคิดของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของนักวิทยาศาสตร์ ทรงมีวิธีคิด วิเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทรงมองเห็นความสัมพันธ์ของระบบนิเวศ ในองค์รวม เมื่อรวมเข้ากับหลักการบริหารจัดการ จึงนำมาสู่โครงการพระราชดำริ หลักคิดหลักปรัชญา ที่พระราชทานเป็นแนวทางในการดำรงอยู่ของมนุษย์กับโลกใบนี้อย่างยั่งยืน

พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ตั้งอยู่ที่ อพวช. ถนนรังสิต – นครนายก ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ. ปทุมธานี เปิดให้บริการทุกวันอังคาร – ศุกร์ เวลา 09.30 - 16.00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 -17.00 น. (ปิดบริการทุกวันจันทร์) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2577 9999 ต่อ 2122 , 2123 หรือ www.nsm.or.th และ Facebook : NSMthailand

0101

25 สิงหาคม 2562 – อิมแพ็ค เมืองทองธานี / องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ประกาศผลจ้าวแห่งเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 16 (The 16th Thailand Paper-Folded Airplane Competition) โดยแชมป์รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี  ได้แก่ ด.ช. นรภัทร ทรงเต๊ะ จากโรงเรียนสุเหร่าบางกะสี จังหวัดสมุทรปราการ สามารถประดิษฐ์เครื่องบินกระดาษพับที่สามารถร่อนได้นาน ทำสถิติโดยเฉลี่ย 15.76 วินาที และรุ่นทั่วไป ได้แก่ นายชัยธวัช เลนสันเทียะ จากโรงเรียนหนองกราดพัฒนา จังหวัดนครราชสีมา สามารถประดิษฐ์เครื่องบินกระดาษพับที่สามารถร่อนได้นาน ทำสถิติโดยเฉลี่ย 18.94 วินาที โดยผู้ชนะทั้งสองรุ่นจะได้เข้าชิงชัยการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์โลกที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2563

0404

          ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า อพวช. ร่วมกับสมาคมเครื่องบินกระดาษพับจัดการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 16 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการทดลอง ค้นคิด ฝึกประดิษฐ์ผสมผสานการจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้เล่นเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน โดยใช้วัสดุใกล้ตัวอย่างกระดาษแผ่นเดียว พร้อมยังเป็นการฝึกทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในการทำให้กระดาษแผ่นเดียวนี้กลายเป็นเครื่องบินกระดาษพับที่สามารถลอยในอากาศให้ได้นานที่สุด  โดยการแข่งขันครั้งนี้ได้ทำการคัดเลือกมาตั้งแต่ระดับภูมิภาค แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี และรุ่นบุคคลทั่วไป ซึ่งผู้เข้าร่วมแข่งขันรอบแรกต้องทำสถิติร่อนเครื่องบินกระดาษพับได้ 9 วินาทีขึ้นไปในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี และ 11 วินาทีขึ้นไปในรุ่นบุคคลทั่วไป จึงจะมีสิทธิ์บันทึกสถิติเพื่อเข้าแข่งขันสำหรับรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 25 สิงหาคม ณ งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2562 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

0202

ด.ช.นรภัทร ทรงเต๊ะ รางวัลชนะเลิศ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี

 

0303

นายชัยธวัช เลนสันเทียะ รางวัลชนะเลิศ รุ่นทั่วไป

 

            สำหรับการแข่งขันรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศ ผู้เข้าแข่งขันต้องทำสถิติการร่อนเครื่องบินกระดาษพับได้นานกว่า 11 วินาทีขึ้นไปในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี และ 14 วินาทีขึ้นไปในรุ่นบุคคลทั่วไป จึงจะผ่านเข้ารอบดังกล่าว โดยแชมป์รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี  ได้แก่ ด.ช. นรภัทร ทรงเต๊ะ จากโรงเรียนสุเหร่าบางกะสี จังหวัดสมุทรปราการ สามารถประดิษฐ์เครื่องบินกระดาษพับที่สามารถร่อนได้นาน ทำสถิติโดยเฉลี่ย 15.76 วินาที และรุ่นทั่วไป ได้แก่ นายชัยธวัช เลนสันเทียะ จากโรงเรียนหนองกราดพัฒนา จังหวัดนครราชสีมา สามารถประดิษฐ์เครื่องบินกระดาษพับที่สามารถร่อนได้นาน ทำสถิติโดยเฉลี่ย 18.94 วินาที

0505

         ทั้งนี้ ในพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)  มาร่วมแสดงความยินดีและมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศทั้ง 2 รุ่น ในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย  ภายหลังการแข่งขัน อพวช. ยังส่งเสริมการพัฒนาทักษะและศักยภาพของผู้แข่งขันให้ก้าวไกลไปอีกระดับ ด้วยการส่งผู้ชนะทั้งสองรุ่นเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าชิงชัยการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์โลกที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป

AW9A0271

          วิกฤตขยะพลาสติกกลายเป็นปัญหารุนแรงที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและต้องเร่งแก้ไข ร่วมมือกัน เพราะขยะพลาสติกได้สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ โดยเฉพาะขยะทะเล

          สำหรับประเทศไทย ขยะพลาสติก ติดอันดับ 5 ของโลก หรือคิดเป็น 2 ล้านตันของปริมาณขยะทั้งหมด  ที่น่ากังวลคือ ขยะพลาสติกสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ปีละ 0.5 ล้านตัน ที่เหลือ 1.5 ล้านตัน ถูกนำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบและเผาทำลาย บางส่วนตกค้างในสิ่งแวดล้อม แต่ละปีมีขยะพลาสติกไหลลงทะเลจำนวนมาก กลายเป็นแพขยะในทะเลขนาดใหญ่  

          สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อมนุษย์ สัตว์และระบบนิเวศเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการรับสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายด้วยการหายใจ การรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อน การกินขยะพลาสติกของนกและปลาในทะเล รวมทั้งการสะสมของไมโครพลาสติกในดินหรือแหล่งน้ำ และผลพวงขยะพลาสติกที่เป็นปัญหา ส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดการขยะไม่ถูกวิธี

A.Rawin

          ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า “นอกจากการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการจัดการขยะพลาสติกแล้ว เรายังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องคำนึงถึงด้วย เช่น ระยะเวลาในการย่อยสลายพลาสติกแต่ละประเภท พฤติกรรมการใช้พลาสติกของผู้บริโภค ความสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากการไม่ได้นำมาใช้ใหม่ เป็นต้น ดังนั้น หนทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ในระยะยาว คือการลดขยะพลาสติกโดยนำมารีไซเคิลและใช้ซ้ำเพิ่มขึ้น  และเพื่อให้เยาวชนและคนไทยตระหนักถึงวิกฤตขยะพลาสติก ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระบบนิเวศ มนุษย์และสัตว์ และเรียนรู้การจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกวิธีด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จึงได้จัดแสดงนิทรรศการ “พลาสติกพลิกโลก” (Plastic Change the World) ภายในงาน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2562 ขึ้น โดยนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับขยะพลาสติกซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมค้นหาคำตอบว่าทำไมพลาสติกสารพัดประโยชน์จึงกลายเป็นผู้ทำลายสิ่งแวดล้อมและกำลังกลับมาทำร้ายมนุษย์ ใครคือผู้ร้ายตัวจริง และเราจะช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติกล้นเมืองได้อย่างไร”

AW9A0280

          ภายในนิทรรศการชุดนี้ ประกอบด้วย 3 โซน 

          โซนที่ 1 พลาสติกพลิกโลก เพื่อให้มนุษย์เรียนรู้การนำวัสดุในธรรมชาติมาใช้ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อกาลเวลาผ่านไปความต้องการของมนุษย์มีแต่จะเพิ่มขึ้นจนทรัพยากรธรรมชาติไม่เพียงพอต่อความต้องการ วัสดุราคาถูก สารพัดประโยชน์อย่างพลาสติกจึงเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์และลดการทำลายสิ่งแวดล้อม ยิ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้า พลาสติกก็ยิ่งมีบทบาทมากขึ้น รู้หรือไม่ตอนนี้บนโลกของเรามีพลาสติกกี่ชนิด แล้วยังมีสิ่งใดบ้างที่ไม่ได้ผลิตด้วยพลาสติก  Hilight: กิจกรรมทดสอบคุณสมบัติวัสดุต่างๆ เพื่อหาคำตอบว่าทำไมพลาสติกจึงเป็นวัสดุสารพัดประโยชน์ ร่วมกันตามหาสิ่งของในชีวิตประจำวันที่พบได้ที่บ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล มีอะไรบ้างที่ไม่มีส่วนผสมของพลาสติก และมาคำนวณว่าในแต่ละวันเราใช้และทิ้งพลาสติกกี่ชิ้น

          โซนที่ 2 พลาสติกพลิกผัน เพราะผลิตง่าย จึงผลิตมาก ใช้มาก ทิ้งมาก แต่ย่อยสลายยาก  พลาสติกจึงพลิกผันจากวัสดุสารพัดประโยชน์กลายเป็นขยะ กระจายไปทั่วทุกที่บนโลกไม่ว่าจะแม่น้ำ ยอดเขา มหาสมุทรลึกล้วนมีพลาสติกทั้งขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ด้วยตา และขนาดเล็กยิ่งกว่าปลายเข็ม ทำไมพลาสติกจึงกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่กำลังจะกลับมาหาเรา โดยที่เราไม่รู้ตัว จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพลาสติกอยู่ทุกที่ แม้กระทั่งในลำไส้ของเรา   Hilight: กิจกรรมส่องกล้องมองพลาสติกเพื่อดูพลาสติกจิ๋ว ส่วนจัดแสดงภาพถ่ายผลกระทบของพลาสติกต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเต่าทะเลสตัฟฟ์ และแมงกระพรุนซึ่งเป็นอาหารของเต่าเปรียบเทียบกับพลาสติกซึ่งลอยในน้ำ ที่แม้มนุษย์เราจะแยกออกแต่เต่าไม่สามารถแยกได้

          โซน 3 พลาสติกพลิกโฉม  ปัญหาขยะพลาสติกไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่เราทุกคนทั่วโลกต้องร่วมมือกัน ร่วมเรียนรู้เพื่อค้นพบวิธีการแก้ปัญหาขยะพลาสติกในแบบของตัวเองผ่านเรื่องราวของคนจากประเทศต่างๆ และคนจากหลากหลายอาชีพที่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ ทั้งพลาสติกชีวภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ธุรกิจรีไซเคิลและเทคโนโลยีอัพไซเคิลที่เปลี่ยนพลาสติกเป็นวัตถุดิบกลับสู่กระบวนการผลิต งานวิจัยที่เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง และการค้นพบสิ่งมีชีวิตที่สามารถย่อยพลาสติกได้ Hilight: พบกับผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีและงานวิจัยใหม่ๆ มากมายที่ได้รับการร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วนนำมาจัดแสดงเพื่อให้เห็นความตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกที่โลกกำลังเผชิญ พบกับนักนวัตกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ที่จะมาให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าชม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทำขวดน้ำกินได้ ให้ผู้เข้าชมได้ทำเอง ชิมเองอีกด้วย

AW9A0282

          งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-25 สิงหาคมนี้ ณ อาคาร 6-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี   เปิดให้เข้าชมงาน ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดงาน ได้ที่ www.thailandnstfair.com หรือ  Facebook : มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (@thailandnstfair) หรือสอบถามข้อมูลที่ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โทร. 0 2577 9960

NST00240

------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

สื่อมวลชนสอบถามเพิ่มเติมได้ที่   องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ    

ติดต่อ     กองประชาสัมพันธ์  สำนักพัฒนาธุรกิจและการตลาด  องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  

คุณพัชร์ชิสา (ปัญญ์)  095-624-6659 / คุณฐาปนี (เก๋ง) 085-772-9955  

ประชาสัมพันธ์งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2562

คุณสุวรรณา (นา) 081-565-5540 / คุณพัสรา (ต่าย) 087-497-8183

bbb00 5

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ชวนเยาวชนมาสร้างสรรค์จินตนาการผ่านตัวต่อรูปสี่เหลี่ยมที่ทุกคนคุ้นเคย กับ นิทรรศการ LEGO® Coding Space ร่วมสัมผัสทักษะการเป็นผู้สร้างผ่านชุดการเรียนรู้จาก LEGO® สนุกไปกับกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ฝึกทักษะ โดยการลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on experience) เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ อพวช. คลองห้า ปทุมธานี

bbb00

            ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า “ปัจจุบันสื่อการเรียนรู้เพื่อการเรียนการสอนในโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ มีการพัฒนาให้มีความหลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น อพวช. เองถือเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สำคัญและมีภารกิจหลักในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม จึงได้นำ นิทรรศการ LEGO® Coding Space มาจัดแสดงโดยได้รับความมือจาก บริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้เยาวชนได้ฝึกทักษะโดยการลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on experience) ได้คิด ประดิษฐ์ และสร้างสรรค์จินตนาการผ่านชุดการเรียนรู้จาก LEGO® ภายในนิทรรศการจะได้พบกับ LEGO® ตัวต่อรูปสี่เหลี่ยมที่ทุกคนคุ้นเคย ร่วมเดินทางและสัมผัสทักษะการเป็นผู้สร้าง ท้าทายจินตนาการด้วยการลงมือทำผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ”

            นิทรรศการ LEGO® Coding Space ประกอบไปด้วย 4 โซน ดังนี้

bbb00 1

 

โซนที่ 1 ผนังแห่งจินตนาการ (Wall of Imagination) – ทดลองใช้ White Brick สร้างเมืองจินตนาการ โดยใช้ความคิด สร้างสรรค์ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างนวัตกรรมในอนาคต  

bbb00 2

โซนที่ 2 ทักษะสร้างโลก (Skill of Creator) – เรียนรู้ทักษะหรือแนวคิดที่จำเป็นในการเป็น Creator

bbb00 3

โซนที่ 3 เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Learning by Doing) – เน้นการลงมือทำโดยให้เด็ก ประกอบรถ แล้วนำมาแข่งในราง โดยเด็กสามารถสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเองได้ เช่น วิ่งช้าเป็นผู้ชนะ เป็นต้น

bbb00 4

โซนที่ 4 ภารกิจพิชิตความท้าทาย (Challenge the Mission) – เรียนรู้การแข่งขันด้วยโจทย์ที่ท้าทายเพื่อต่อยอดนวัตกรรมในอนาคต

bbb00 8

สำหรับผู้เข้าชมที่สนใจชมและทำกิจกรรมใน นิทรรศการ LEGO® Coding Space สามารถเข้าชมได้ฟรี ! โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เปิดบริการทุกวันอังคาร – ศุกร์ เวลา 09.30 -16.00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 -17.00 น. (ปิดบริการทุกวันจันทร์) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0-2577-9999 ต่อ 2122, 2123 หรือ www.nsm.or.th

 

299A4406 800x533

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ (ลำดับที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ร่วมกับสมาคมเครื่องบินกระดาษพับมอบรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 16 เพื่อให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้ ฝึกทักษะด้านวิทยาศาสตร์ ผลปรากฏว่า ด.ช.นรภัทร ทรงเต๊ะ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครองในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี และ นายชัยธวัช เลนสันเทียะ คว้ารางวัลชนะเลิศในรุ่นทั่วไป โดยทั้งคู่จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับนานาชาติ ณ ประเทศญี่ปุ่นในปี 2563   

 

299A4431 800x533

ด.ช.นรภัทร ทรงเต๊ะ รางวัลชนะเลิศ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี

 

0002 800x535

นายชัยธวัช เลนสันเทียะ รางวัลชนะเลิศ รุ่นทั่วไป

10042562

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จัดกิจกรรมต้อนรับมหาสงกรานต์ เปิดพื้นที่พิเศษจัดโซนกิจรรมพิเศษย้อนรอยการละเล่นพื้นบ้าน 12 -17 เมษายน 2562 นี้  อาทิ วิทยาศาสตร์กับสมุนไพรไทย ลูกประคบ ยาหม่องน้ำมันระกำ สกรีนเสื้อม่อฮ่อมสำหรับผู้สูงอายุ วิทยาศาสตร์กับของเล่นภูมิปัญญาไทย จักจั่นเสียงใส ตั๊กแตนใบลาน กำหมุนบิน สนุกกับกิจกรรม “เรียงร้อยย้อนรอยอดีต” แชะแชร์   ซุ้ม IT Retro ณ อพวช. คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตั้งแต่เวลา 09.30 น. – 17.00 น. กิจกรรมกำหมุนบิน กิจกรรมถุงนวดมือ ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ตั้งแต่เวลา 10.30 – 18.30 น.

 

 

AP3 0617

          10 เมษายน 2562 / ปทุมธานี - ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า สำหรับครอบครัวที่มองหากิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์ 12 – 17 เมษายน นี้ อพวช. จัดเต็มกิจกรรมพิเศษเพื่อรองรับทุกช่วงวัย เพื่อสร้างความสนุกสนานและกระชับสายสัมพันธ์ในครอบครัวในช่วงวันหยุด อาทิ “กิจกรรมวิทยาศาสตร์กับสมุนไพรไทย” เช่น ลูกประคบ ยาหม่องน้ำมันระกำ สกรีนเสื้อม่อฮ่อมสำหรับผู้สูงอายุ “วิทยาศาสตร์กับของเล่นภูมิปัญญาไทย” เช่น จักจั่นเสียงใส ตั๊กแตนใบลาน กำหมุนบิน สนุกกับกิจกรรม “เรียงร้อยย้อนรอยอดีต” แชะแชร์ซุ้ม IT Retro

        นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการใหม่ที่จัดแสดงในแต่ละพิพิธภัณฑ์ ดังนี้ “พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์” จัดแสดงนิทรรศการดินแดนแสงแห่งสีสัน (Wonder Light) โดยนำเสนอเรื่องราวของ แสง และได้สัมผัสประสบการณ์สีสันแห่งแสงจากหลายแหล่งที่มาในบรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยนิทรรศการชุดนี้จะเริ่มตั้งแต่ 15 มีนาคม นี้ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา” จัดนิทรรศการ “วิกฤตเต่าทะเล” เรียนรู้และทำความรู้จักเต่าทะเล รวมทั้งผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์ที่ส่งผลให้เต่าทะเลกำลังจะสูญพันธ์ และกิจกรรมบอกรักเต่าทะเลและการอนุรักษ์เต่าทะเล “พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ” เชิญชวนพบกับ นิทรรศการ Virtual Reality Powered by SAMSUNG ที่เยาวชนจะได้สนุกไปกับเทคโนโลยีสุดล้ำ พร้อมสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ผ่านเครื่องเล่น Virtual Reality (VR) อันน่าตื่นตาตื่นใจ

banner

        ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ทั้งที่ อพวช. คลองห้า ปทุมธานี โดยในวันหยุดนักขัตฤกษ์มหาสงกรานต์นี้จะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่วันที่ 12 -17 เมษายน 2562 เวลา 09.30 -17.00 น. (***ปิดบริการทุกวันจันทร์***) และที่ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. สามย่าน กรุงเทพ เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30 -18.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2577 9999 ต่อ 2122 , 2123 หรือ www.nsm.or.th และ Facebook : NSMthailand

299A7560 800x533

วันที่ 27 กันยายน 2562 / ปทุมธานี -- องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ร่วมกับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) สำนักงานกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรม The Plastic Initiative Awareness Raising Event โดยเชิญผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ ร่วมจัดกิจกรรม อาทิ คุณชาร์ลี วินสตัน (Charlie Winston) นักร้องนักแต่งชื่อดังเพลงชาวอังกฤษ จัดกิจกรรมสร้างความตระหนักผ่านบทเพลงให้กับเยาวชนไทย พร้อมการบรรยายพิเศษโดย รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทูตแห่งมหาสมุทรเพื่อความยั่งยืนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 2019 คุณอเล็กซ์ เรนเดลล์ นักแสดงหัวใจอนุรักษ์ ผู้ก่อตั้ง EEC Thailand (Environmental Education Centre Thai), เมดาลีน เร็กนาเกล ผู้นำแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปลอดพลาสติก x การบำบัด x ขยะเป็นศูนย์ ณ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

 . 800x533

            ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า วิกฤตขยะพลาสติกกลายเป็นปัญหารุนแรงที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและเร่งแก้ไข อพวช. มีภารกิจหลักในการสร้างความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ให้กับสังคม จึงเข้ามามีบทบาทในการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนในทุกภาคส่วน และเป็นตัวอย่างที่ดีในการร่วมแก้ปัญหาที่สำคัญนี้

299A7226 800x533

            เป็นที่ทราบกันดีว่า ทุกสรรพสิ่งล้วนมีทั้งคุณและโทษ พลาสติกก็เช่นกัน อาจกล่าวได้ว่า พลาสติกเป็นนวัตกรรมที่มีคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาในทุกด้าน ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่พลาสติกเหล่านี้จะกลายเป็นขยะเมื่อหมดอายุการใช้งาน ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษพบว่า ในปี 2561 ประเทศไทยมีขยะพลาสติกกว่า        2 ล้านตัน ซึ่งถูกนำไปรีไซเคิลเพียง 5 แสนตัน ส่วนที่เหลือเป็นถุงพลาสติกถึง 1.5 ล้านตัน และเป็นภาชนะพลาสติก กล่อง ขวด ฝา และอื่น ๆ อีก 5 แสนตัน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังติดอันดับ 2 ในการนำเข้าขยะพลาสติกมากที่สุดในอาเซียน

299A7389 800x455

            อพวช. จึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับ UNESCO ในโครงการ Plastic Initiative ซึ่งเป็นโครงการที่มีเป้าหมายในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาที่เกิดจากการใช้และการจัดการขยะพลาสติกที่ไม่มีประสิทธิภาพ และเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ทั้งในการใช้เท่าที่จำเป็น การจัดการที่เหมาะสม การวิจัยและพัฒนาเพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า (Waste to Value)  การสร้างความมั่งคั่งจากขยะ (Waste to Wealth) ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เช่น Bioplastic ซึ่งล้วนสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับ Zero Waste, และ BCG หรือ Bio Economy (เศรษฐกิจชีวภาพ) Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) และ Green Economy (เศรษฐกิจสีเขียว) โดยรัฐบาลกำหนดเป็น Roadmap ตั้งเป้าหมายให้สามารถนำผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์พลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2570

Benno

            Dr. Benno Boer (Chief of Natural Sciences of UNESCO Bangkok office) ผู้แทนสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าวว่า โครงการ The Plastic Initiative นี้ ริเริ่มโดยองค์การยูเนสโก สำนักงานกรุงเทพฯ เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการจัดการกับมลพิษพลาสติกอย่างครบวงจร อาทิ การระดมเยาวชน การปรับปรุงการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และการพัฒนานโยบายสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่ยั่งยืนโดยร่วมมือกับรัฐบาลเอกชน ภาคและหน่วยงานสหประชาชาติ ทั้งนี้ ยูเนสโก หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสนับสนุนและร่วมรณรงค์ ตลอดจนการลงปฎิบัติเพื่อลดปัญหาวิกฤตขยะพลาสติกซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลาสติกอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

AW9A0379 800x533

อิมแพ็ค เมืองทองธานี / มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2562 งานที่รวบรวมสุดยอดกิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี  ปีนี้ มีนานาชาติให้ความสนใจเข้าร่วมจัดถึง 17 ประเทศ 103 องค์กร  และหนึ่งในนั้นคือ บริษัท เลโก้เอ็ดดูเคชั่น ที่มีชื่อเสียงระดับโลก (LEGO) ได้เปิดตัวต้นแบบ SPIKE ™ Prime ด้าน STEAM Education ชุดเลโก้เพื่อการศึกษาแห่งแรกในไทย ที่จะช่วยให้เยาวชนได้เรียนรู้พื้นฐานของการเขียนโปรแกรมและหุ่นยนต์  เพื่อจุดประกายความอยากเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  พร้อมปลูกฝังการเป็นเยาวชนนักประดิษฐ์ นักวิศวกร หรือนวัตกรแห่งอนาคต ผ่านการเรียนรู้เชิงบูรณาการด้าน STEAM Education (5 ศาสตร์ ได้แก่ หลักสูตรทางวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) ศิลปะ (Arts) และคณิตศาสตร์ (Mathematics)

NST00181 800x533

          SPIKE ™ Prime เป็นหลักสูตรที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ในการคอยให้คำแนะนำเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วย แผนการเรียนที่ถูกออกแบบมาตามหัวข้อต่าง ๆ อาทิ หมวดวิศวกรรม หมวดวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หมวดการแข่งขัน หมวดเทคโนโลยี (สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมซอฟต์แวร์ได้ฟรีทางเว็บไซต์ของเลโก้) ซึ่งในแต่ละหมวดจะเป็นการสอนให้เด็กได้เข้าใจและเรียนรู้อย่างละเอียดเพื่อเป็นพื้นฐาน ในการต่อยอดกระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุ เป็นผล เรียนรู้การวางแผน โดยรวบรวมชิ้นส่วนเลโก้ที่มีสีสันมากมาย จำนวน 523 ชิ้น มีระบบฮาร์ดแวร์ที่ใช้งานง่าย โดยใช้การเขียนโค้ดเบื้องต้นที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้ ผ่านโปรแกรม Scratch (โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในรูปแบบของกราฟฟิค) ในการสั่งการ หากสามารถเรียนรู้การเขียนตามชุดคำสั่งที่กำกับไว้เป็นแบบพื้นฐาน เมื่อมีความเข้าใจแล้ว เด็กๆ จะสามารถเขียนโค้ดด้วยชุดคำสั่งที่ถูกประยุกต์ขึ้นมาในแบบฉบับของตนเองได้ และเร็วๆ นี้ โปรแกรม Scratch กำลังถูกจัดลงในหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนทุกสังกัดในประเทศไทย โดยเน้นที่กลุ่มเด็กนักเรียนประถม ชุด LEGO Education SPIKE ™ Prime จึงสามารถตอบโจทย์ในด้านการศึกษาได้เป็นอย่างดี

NST00200 800x533

          LEGO Education SPIKE ™ Prime เหมาะสำหรับกลุ่มเยาวชนที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป มีวัตถุประสงค์ให้กลุ่มเยาวชนได้เสริมทักษะด้านการประดิษฐ์ คิดค้น รู้จักลองผิด ลองถูก, รู้จักฝึกฝนการแก้ไขปัญหา เพื่อค้นหาทางออกที่เหมาะสม ฝึกกระบวนการขยายความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการและได้สร้างทักษะ STEAM จนก่อเกิดเป็นความคิดเชิงนวัตกรรม

          ไม่เพียงเท่านั้น บ.เลโก้ ยังนำสิ่งประดิษฐ์จากเลโก้ และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ฝึกทักษะได้ในทุกช่วงวัย อีกมากมาย มาจัดแสดงในนิทรรศการ “LEGO ®Space Challenge Land”  ทั้งการนำ LEGO ® ตัวต่อรูปเหลี่ยมที่ทุกคนคุ้นเคยกับการคิด ประดิษฐ์ มาให้เยาวชนไทยได้สร้างสรรค์จินตนาการในรูปแบบใหม่เต็มรูปแบบที่แรกในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ หรือการเล่น เรียน รู้ ไปกับ Perspective City Mars Exploration จาก LEGO ® Group, Denmark

AW9A2815 800x533

          ภายในนิทรรศการ LEGO Education แบ่งเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

โซนที่ 1 เป็นพื้นที่เปิดตัวชุดเพื่อการศึกษาแห่งแรกในไทย สำหรับ SPIKE ™ Prime เน้นระบบ STEAM Education

โซนที่ 2  รวบรวมสินค้ามากมายจากเลโก้ ที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุของเด็กมาให้ยลโฉม ขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถศึกษา ประวัติความเป็นมาของเลโก้ ควบคู่ไปด้วยผ่านบอร์ดจัดแสดง LEGO History Wall

โซนที่ 3 Hands-on area พื้นที่ลานกิจกรรมที่นอกจากจะสร้างความสนุกยังมาพร้อมสาระ โดยให้เด็กสามารถทดลองลงมือทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกต่อเลโก้ ฝึกการเขียน Coding เบื้องต้น และทดลองปล่อยรถลงทางลาด ตลอดจน ทดลองบังคับหุ่นยนต์ในสนามแข่งขัน FLL และ Space Challenge

          มาเรียนรู้การสร้างสรรค์จินตนาการผ่านตัวต่อ “เลโก้” ในรูปแบบใหม่นี้ ได้ที่งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2562 ตั้งแต่ 16-25 สิงหาคมนี้ ณ อาคาร 6-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี  หนึ่งปี มีครั้งเดียว เท่านั้น!!  

-----------------------------------------------------------------------------------------------

 

สื่อมวลชนสอบถามเพิ่มเติมได้ที่   องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ    

ติดต่อ     กองประชาสัมพันธ์  สำนักพัฒนาธุรกิจและการตลาด  องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  

คุณพัชร์ชิสา (ปัญญ์)  095-624-6659 / คุณฐาปนี (เก๋ง) 085-772-9955  

ประชาสัมพันธ์งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2562

คุณสุวรรณา (นา) 081-565-5540 / คุณพัสรา (ต่าย) 087-497-8183

1 2

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ร่วมกับ Chevron Enjoy Science และ New York Hall of Science จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “Maker/Maker Space กิจกรรมเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนแนวใหม่สำหรับเยาวชน” สำหรับคุณครูผู้สอนทุกดับชั้นเพื่อเป็นแนวการสอน ให้เยาวชนได้เป็นนักคิด นักสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือ “เมกเกอร์” (Maker) ในรูปแบบการเรียนการสอนแบบ STEM โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

1-72
1-81
1-80
1-79
1-78
1-77
1-76
1-75
1-74
1-73
1-71
1-70
1-69
1-67
1-68
1-65
1-66
1-63
1-64
1-62
1-61
1-59
1-60
1-58
1-57
1-56
1-55
1-54
1-53
1-52
1-51
1-50
1-49
1-48
1-47
1-46
1-45
1-44
1-43
1-42
1-5
1-4
1-3
1-2
1-1
1-38
1-41
1-40
1-39
1-37
1-22
1-36
1-35
1-34
1-33
1-32
1-31
1-30
1-29
1-28
1-27
1-26
1-25
1-24
1-23
1-21
1-20
1-19
1-18
1-16
1-17
1-15
1-14
1-13
1-12
1-11
1-10
1-9
1-8
1-6
1-7

299A6335 1600x1067

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) จัดการแข่งขัน “THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2019” รอบชิงชนะเลิศ เพื่อเฟ้นหาทีมชนะเลิศ การประดิษฐ์ดาวเทียมขนาดเล็ก (Cansat) และจรวดเชื้อเพลิงน้ำตาล (Sugar Rocket) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 1 ทีม จากทีมที่เข้ารอบทั้งหมด 15 ทีม ที่ผ่านการแข่งขันอันเข้มข้นจากรอบ 50 ทีมมาได้ การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ผ่านการแข่งขันประดิษฐ์ CANSAT  –  Rocket  ร่วมกัน โดยการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 8 กันยายน 2562 ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  จังหวัดปทุมธานี และสนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวและการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีและ นวัตกรรมของประเทศ พร้อมก้าวเข้าสู่การแข่งขันเวทีระดับนานาชาติต่อไป

299A6259 1600x1067

..วิน ระวิวงศ์ ผู้อำารค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (.) กล่าวว่า การกระตุ้นและ ส่งเสริมสังคมไทยให้สนใจและเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศ และปลูกฝังให้เยาวชนมีทัศนคติที่ดี ต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจ เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ และความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม”  ถือเป็นภารกิจที่สำคัญขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ การจัดแข่งขัน “THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2019” รอบชิงชนะเลิศ ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ที่สำคัญให้กับเยาวชน ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ อพวช. ในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน นำไปสู่การอยากเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากำลังคน ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศ โดยทีมชนะเลิศการประดิษฐ์ Cansat  (ดาวเทียมขนาดเล็ก) และ Sugar  Rocket  (จรวด เชื้อเพลิงน้ำตาล) จะได้มีโอกาสเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในระดับนานาชาติซึ่งจะเป็นบันไดให้กับทีมเยาวชน ได้พัฒนาตนเองต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับประเทศต่อไป

299A6293 1600x1067

พล.อ.ต. ผศ.ดร.สุธี จันทรพันธุ์ รองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) กล่าวว่า การแข่งขัน “THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2019” รอบชิงชนะเลิศ เป็นการบูรณาการความร่วมมืออันดียิ่งของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาท สำคัญต่อการพัฒนาและสงเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชนของชาติ ในฐานะที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกัน ประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานชั้นนำด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ มีจุดกำเนิดในการวิจัยและพัฒนาระบบจรวดหลายลากลอง DTI-1, DTI-1G, D2, D9 และ D11A สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ และการวิจัยและ พัฒนาจรวดดัดแปรสภาพอากาศสนับสนุนภารกิจฝนหลวง จากการสั่งสมองค์ความรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ ทดสอบ ทดลองกว่า10 ปี ปัจจุบัน สทป. สามารถพัฒนาจรวดสมรรถนะสูงขนาด 122 มม. ทำการทดสอบภาคพลวัตในระยะยิง 40 กิโลเมตร ได้สำเร็จในช่วงเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ถือเป็นความภาคภูมิใจขององค์กรเป็นอย่างสูง นักวิจัยและพัฒนาของ สทป. ได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ดังกล่าวถ่ายทอดการเรียนรู้ให้กับเยาวชนผ่านการอบรมความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ในการประดิษฐ์จรวดเชื้อเพลงน้ำตาล ( Sugar Rocket) และดาวเทียมขนาดเล็ก (Cansat) ขึ้นสู่อากาศได้ดวยตนเอง โดย สทป. มุ่งหวังให้เยาวชนระดับมัธยมปลายที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกคน ได้รับความรู้ เกิดแรงบันดาลใจ มุ่งมั่นในการ ประดิษฐ์ คิดค้น ผลงานวิจัย ก่อเกิดเป็นนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมและความมั่นคงของชาติ พัฒนาต่อยอดสู่การผลิต เชิงอุตสาหกรรม เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับประเทศ

ความร่วมมือระหว่างองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมอีกขั้น ในการส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ให้เยาวชนไทยมีศักยภาพพร้อมเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต

299A6412 1600x1067

299A6367 1600x1067

299A6320 1600x1067

299A6436 1600x1067

 

299A63241600x1067
299A63201600x1067
299A63211600x1067
299A62361600x1067
299A64361600x1067
299A63841600x1067
299A63701600x1067
299A63671600x1067
299A63581600x1067
299A62491600x1067

NST01113 800x533

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ประกาศผลรางวัล “โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 4” เพื่อเป็นเวทีเปิดโอกาสให้ผู้ที่รักการเขียน และรักในวิทยาศาสตร์ใช้จินตนาการถ่ายทอดงานเขียนแนววิทยาศาสตร์ในรูปแบบเรื่องสั้น โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศทั้ง 2 ประเภท ได้แก่  นายกฤตชนิศ  เชื้อแก้ว มหาวิทยาลัยบูรพาจากผลงานเรื่อง “ศักราชหมีที่หนึ่ง” ประเภทเยาวชน และนายกล้า  สมุทวณิช จากผลงานเรื่อง “ยุติธรรมประดิษฐ์” พร้อมเปิดตัวหนังสือรวมเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ที่มีทั้งจินตนาการและความรู้ควบคู่กันเรื่อง “ศักราชประดิษฐ์” เพื่อสื่อสารความคิดและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นเรื่องราวที่เข้าใจได้

NST01092 400x600

          นางกรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)  กล่าวว่าโครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 4 เป็นความสำเร็จจากการร่วมมือของ 5 องค์กรพันธมิตร ได้แก่ อพวช. มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ซึ่ง 5 องค์กรต่างตระหนักและให้ความสำคัญของวรรณกรรมเชิงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัว การจะนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มานำเสนอด้วยทฤษฎี หลักการและสมการต่างๆ โดยปราศจากอรรถรสและความสนุกสนานนั้นอาจไม่น่าสนใจพอ ดังนั้น การร้อยเรียงเรื่องราวผ่านการเขียนในรูปแบบวรรณกรรมวิทยาศาสตร์จึงเป็นส่วนหลักในการทำหน้าที่เชื่อมโยงสาระ เข้ากับความสนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจ ชวนสงสัยหรือแม้แต่ขบขัน ซึ่งเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับผู้อ่านและนำวิทยาศาสตร์มาอยู่ใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้น

NST01207 800x534

          โครงการประกวดเรื่องสั้นในปีนี้ ได้รับความสนใจจากกลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไปค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง และเป็นกำลังใจให้กับผู้จัดและพันธมิตรของเราในการขับเคลื่อนสังคมวิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ปีนี้มีผู้สมัครและส่งผลงานเข้าร่วมโครงการประกวด ทั้งหมด 192 ผลงาน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือประเภทเยาวชนและประชาชนทั่วไป มีกรรมการจาก อพวช. มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และผู้กำกับภาพยนตร์จาก GDH 559  ได้ร่วมกันคัดเลือกผลงานจากทั้งหมด ให้เหลือเพียง 15 เรื่อง เพื่อรวมเล่มตีพิมพ์เป็นหนังสือ “ศักราชประดิษฐ์” โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ และหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะสร้างความสนุกและให้สาระความรู้ให้ผู้อ่าน ตลอดจนสามารถนำมาเป็นประโยชน์และเติมแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้ต่อไป

NST01032 400x600

          คุณกนกวลี  พจนปกรณ์ กันไทยราษฎร์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวว่าสำหรับปีนี้เป็นงานเขียนแนววิทยาศาสตร์ มีทั้งแบบที่หนักแน่นจริงจังด้วยหลักเกณฑ์ กฎ ทฤษฎีและงานเขียนที่เป็นแนววิทยาศาสตร์แบบไม่เน้นทฤษฎีกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์มากนัก (Soft Sci-Fi) แต่ทั้งหมดก็คืองานวรรณกรรมที่ผู้เขียนถ่ายทอด สะท้อนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อสังคมต่อสิ่งแวดล้อม ทางสมาคมนักเขียนมีความยินดีที่เยาวชนไทยให้ความสำคัญในเรื่องของการอ่านและสนใจในการเขียนเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์กันมากขึ้นทุกๆ ปี ทำให้เราเห็นว่าเรื่องสั้นหรือนวนิยายก็จะมีความพัฒนาขึ้นไปทุกๆ ปี

NST01051 400x600

          รศ.นพ.ธันย์ สุภัทรพันธุ์ รองอธิการบดี รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่ารางวัลด้านเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์เป็นเรื่องเป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์มาผสมผสานกัน เป็นเรื่องของจินตนาการที่มีรูปธรรมมากขึ้น เพราะปัจจุบันวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าเร็วมาก เรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ที่ทุกท่านส่งเข้าประกวดจะช่วยจุดประกายความคิดที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านว่าขณะนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วมันจะเป็นอย่างไรในอนาคต ถือว่าเป็นการกระตุกความคิดของพวกเราให้เกิดความตระหนักรู้ถึงสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนเพิ่มความรอบคอบในการก้าวเดินล้ำไปในอนาคตได้อย่างเหมาะสม  ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะขอสนับสนุนไปเรื่อยๆ เพื่อให้มีนักเขียนและนักอ่านเพิ่มมากขึ้น

 NST01028 400x600

          คุณวิชชพัชร์ โกจิ๋ว กรรมการที่ปรึกษาและผู้กำกับภาพยนตร์ บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด กล่าวถึงการต่อยอดของเรื่องสั้นทางวิทยาศาสตร์ว่า เทรนด์ของโลกปัจจุบันนี้จะเห็นว่าหนังภาพยนตร์ที่เป็นหนังทำเงินส่วนใหญ่เป็นหนังที่มีพื้นฐานเรื่องราวด้านวิทยาศาสตร์  โครงการนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของวงการหนังไทยอย่างมาก นักเขียนเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์จะเขียนบทที่มีบริบทเป็นไทยมากขึ้น ทำให้มองเห็นอนาคตที่เป็น Sci fi แบบไทยๆ ที่ประสบความสำเร็จได้  ผมอยากขอบคุณ อพวช. ที่เอาจริงเอาจังกับการรดน้ำพรวนดินให้ต้นไม้วรรณกรรมแนววิทยาศาสตร์ต้นนี้ วันนี้ ผมรู้สึกว่ามันเริ่มเติบโตแล้วและเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจะหยั่งรากลึกในวงการวรรณกรรมไทยอย่างมั่นคงต่อไป

NST01046 400x600

          ส่วน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ม.ร.ว. ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ ประธานโครงการ ในนามของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงความสำเร็จของโครงการฯ ในการส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในสังคมไทยว่า การแข่งขันเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ครั้งที่ 4 คือการสร้างให้คนมีความตระหนักรู้ถึงวิทยาศาสตร์ผ่านเรื่องสั้น โดยจินตนาการเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเขียนเรื่องสั้น สามารถใช้ได้ทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์มาผสมผสานกัน พร้อมกล่าวชื่นชม 5 องค์กรหลักและอยากให้มีการจัดโครงการนี้ในปีต่อๆ ไป

          นางกรรณิการ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่าสำหรับนักเขียน รางวัลที่ดีที่สุดคือการที่นำงานเขียนเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะเพื่อให้ผู้คนได้ชื่นชมผลงาน ทาง อพวช. จึงขอเป็นผู้ร่วมสนับสนุนสำคัญให้เกิดนักเขียนหน้าใหม่ให้เกิดขึ้นทุกปี เพื่อให้เป็นแรงบันดาลในความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ของอนาคตของชาติต่อไป

สำหรับผลรางวัลในการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 4

  1. รางวัลประเภทเยาวชน
  • รางวัลชนะเลิศ ผลงานเรื่อง ศักราชหมีที่หนึ่ง โดย กฤตชนิศ เชื้อแก้ว
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ผลงานเรื่อง Identity โดย สุภาณี เลิศธนาภรณ์
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ผลงานเรื่อง EVE#123 โดย เนตรชนก ปลูกปานย้อย
  • รางวัลชมเชย ผลงานเรื่อง เนิ่นนานกว่าการเวลา โดย ชลัช จินตนะ, ผลงานเรื่อง Rest in Peace โดย พัชรพร ศุภผล, ผลงานเรื่อง บริษัทดีไซน์มนุษย์ โดย บุรัสกร ถาวรวัฒน์ และผลงานเรื่อง วิวรรธน์ โดย วริศรา จิ้วกาย  
  1. รางวัลประเภทประชาชนทั่วไป
  • รางวัลชนะเลิศ ผลงานเรื่อง ยุติธรรมประดิษฐ์โดย กล้า สมุทวณิช
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ผลงานเรื่อง ความรักของเจน True love of Jane โดย รมณ กมลนาวิน
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ผลงานเรื่อง กฎทรงมวล โดย ไพรัตน์ ยิ้มวิลัย
  • รางวัลชมเชย ผลงานเรื่อง ทั้งหมดเพื่อความก้าวหน้าของมนุษยชาติ โดย นัทธ์ รัตนชูเอก, ผลงานเรื่อง คืนสมองไหล โดย กมลพร อ่าวสกุล, ผลงานเรื่อง เปลี่ยนหัว...เปลี่ยนชีวิต โดย ชุลีพร เตชทิพากร, ผลงานเรื่อง สลักนักฝัน โดย กิตติศักดิ์ กิตติวิรยานนท์ และผลงานเรื่อง เมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง โดย จาตุรันต์ เสียงดี
  1. รางวัลพิเศษสำหรับผลงานที่เข้ารอบสุดท้าย ทั้งหมด 26 รางวัล

NST01207800x534
NST01202800x533
NST01197800x533
NST01195800x533
NST01191800x533
NST01188800x533
NST01184800x533
NST01175800x534
NST01171800x533
NST01167800x533

MOU29

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ได้เข้าร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ กับ โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม จังหวัดพะเยา โดยมี ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และนางกรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เข้าร่วมพิธีลงนามในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันส่งเสริมความตระหนักและสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป อีกทั้งยังร่วมกันผลักดันให้โรงเรียนได้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านวิทยาศาสตร์ของชมชุน

MOU-0014
MOU-0035
MOU-0034
MOU-0033
MOU-0032
MOU-0031
MOU-0030
MOU-0028
MOU-0027
MOU-0026

หน้าที่ 1 จาก 20
กรอกอีเมล์เพื่อติดตามข่าวสาร